Welcom to new mom blog

ยินดีต้อนรับคุณพ่อ คุณแม่มือใหม่ แชร์ประสบการณ์และหาความรู้เพิ่มเติม

วันจันทร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2553

10 วิธี พิชิตเส้นเลือดขอดและบวม

วันนี้ Ouy มีเรื่องที่น่าสนใจมาฝาก คุณแม่มือใหม่ กับการดูแลเรียวขาให้ห่างจากเส้นเลืดขอด ซึ่งต้องมีการดูแลเป็นพิเศษหน่อยคะ เพราะเป็นส่วนที่ต้องรับบทหนักมากที่สุด สำหรับตัวอุ้ยเอง ก่อนตั้งครรภ์ น้ำหนัก 44 ก.ก 40 สัปดาห์ก่อนคลอด น้ำหนัก 59 ก.ก ตอนนี้เหลือแค่ 45 ก.ก แค่เลี้ยงลูกสาว กับงานบ้าน ก็หมดเวลาทำอย่างอื่นแล้ว
  1. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอให้ช่วงขาแข็งแรง กล้ามเนื้อกล้ามเนื้อจะได้มีแรงบีบส่งแรงดันเลือดดำ กลับไปฟอกที่ร่างกายส่วนบนได้ตามปกติ ช่วงที่อายุครรภ์มากขึ้น ออกกำลังกายไม่ค่อยสะดวก ขอแนะนำให้ใช้วิธีการเดินในน้ำ แรงต้านของน้ำจะทำให้ออกแรงมากขึ้น แต่ร่างกายไม่หักโหมมากจนเกินไป
  2. ไม่ควรยืนทำงานอยู่กับที่ นิ่งๆ นานๆ เช่น รีดผ้า ทำกับข้าว ฯลฯ พยายามเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ เดินไปเดินมา บ้าง นั่งบ้าง ยืนบ้าง ยืดหยุ่นกล้ามเนื้อน่องอยู่ตลอด
  3. คุณแม่ท้องไม่ควรนั่งไขว้ห้างเป็นอันขาด นั่งนานๆ ก็ควรลุกขึ้นเปลี่ยนท่าทางบ้าง
  4. ยกขาขึ้นสูงในระดับเสมอกับลำตัวขณะพักผ่อนในท่าสบายๆ และจะดีมากถ้าสามารถยกขาให้อยู่ในระดับเดียวกับหัวใจได้
  5. รักษาน้ำหนักตัวไม่ให้ขึ้นมากเกินไป ไม่ควรตามใจปาก ให้เน้นพวก ผักและผลไม้ เป็นหลักคะ (ดีสำหรับลูกน้อยมากๆ)
  6. รับประทานอาหารที่มีเส้นใยมากๆ ป้องกันอาการท้องผูก ซึ่งในช่วงนี้อาจทำให้คุณแม่ท้องเป็นริดสีดวงทวารได้ง่าย (ประสบการณ์เป็นแล้ว ทรมานมากๆเลยคะ)
  7. นอนตะแคงซ้าย หรือ ตะแคงขวา ก็ได้สลับกันไป น้ำหนักจะได้ไม่กดทับเส้นเลือด
  8. สวมผ้ายืดพยุงกล้ามเนื้อที่ขา
  9. อย่ารับประทานอาหารที่เค็มจัด ให้อยู่ในรสชาตกลางๆ เป็นการดีสำหรับคุณแม่ท้องคะ
  10. ให้ใส่รองเท้าที่โปร่งสบาย จะได้ไม่คับแน่นในช่วงเย็น หรือ ช่วงที่ต้อง ยืน เดิน มาตลอดทั้งวัน
ครบ 10 วิธี คุณแม่ท้องนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้คะ เส้นเลือดขอดจะได้ไม่ถามหา เรียวขาคุณแม่จะยังสวย ใส ปิ๊ง จร้า...ูู^^

วันเสาร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2553

สารพัด'ปวด'คุณแม่ท้อง

อาการ ปวด สามารถเกิดขึ้นได้สำหรับหญิงตั้งครรภ์ทุกคนนะคะ จะมีแค่ว่า แม่ท้องคนไหนปวดน้อย หรือปวดมากนั้นเอง ซึ่งอาการปวดก็จะมีแบบที่ไม่เป็นอันตรายกับแบบที่เป็นอันตราย แล้วแต่สรีระและฮอร์โมนในร่ายกายของแต่ละคน ช่วงอายุของการตั้งครรภ์ก็มีผล สำหรับอาการ ปวด นี่เหมือนกัน มาดูกันคะ ว่าแม่ท้องเนี้ย ปวด อะไรบ้าง
1. ปวด ศีรษะ เป็นการปวดที่แม่ท้องหลายคนปวดกัน จะมีอาการปวดเกร็ง ปวดดื้อๆ หรืออาจจะปวดร้าวมาที่ต้นคอ สำหรับแม่ท้องที่เป็นไมเกรนอยู่ก่อนแล้ว อาจจะมีอาการปวดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเป็นอันตรายสำหรับแม่ท้องเลยละคะ
  • สาเหตุ ก็เกิดจากปริมาณเลือดในร่างกายที่เพิ่มขึ้นเยอะ เลือดส่วนหนึ่งจะถูกส่งไปเลี้ยงลูกน้อย เส้นเลือดที่เป็นท่อจะมีน้ำไหลผ่านเยอะๆ เส้นเลือดก็จะมีการตึงตัว ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะนั้นเอง นอกจากนี้ก็อาจจะเกิดจากการที่แม่ม้องพักผ่อนไม่เพียงพอ ยิ่งอายุครรภ์มากๆ อาการนอนไม่หลับจะเป็นบ่อยมาก พลิกซ้ายพลิกขวาก็ไม่หลับสักที ท้องยิ่งโตจะยิ่งอึดอัด หายใจไม่ค่อยสะดวก เมื่อนอนพักไม่เพียงพอ อาการปวดศีรษะก็ถามหา เหมือนกันคะ
  • วิธีแก้ปวด เมื่อกลางคืนทำให้เรานอนไม่หลับ ก็ควรหาเวลาว่างช่วงกลางวันพักผ่อนด้วย อายุครรภ์มากขึ้น ให้ใช้หมอนรองที่ท้อง ควรนอนตะแคงซ้ายหรือตะแคงขวาสลับกัน อาจจะใช้หมอนหนุนหัวให้สูงๆด้วยก็ได้
2. ปวดหน้าอก ก็คือปวดเต้านม โดยจะมีออาการคัดตึง หรือว่าเจ็บๆ บริเวณเต้านม คล้ายกับช่วงที่มีประจำเดือน
  • สาเหตุ เพราะในการตั้งครรภ์ ร่างกายคุณแม่จะมีการสะสมและสร้างต่อมน้ำนม เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับลูกน้อยที่จะเกิดมา จึงทำให้เกิดการคัดตึงอย่างรวดเร็ว
  • วิธีแก้ปวด ก็คือการใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นๆประคบไว้ที่เต้านม จะช่วยลดอาการปวดได้คะ
3. ปวดท้องน้อย เป็นการปวดแบบหน่วงๆ คุณแม่บางคนอาจจะปวดถึงอวัยวะเพศได้ จะปวดเหมือนกับช่วงที่ปวดประจำเดือน
  • สาเหตุ เกิดจากการที่มดลูกมีขนาดใหญ่ขึ้น และมีเลือดมาเลี้ยงบริเวณนั้นมาก ทำให้มดลูกบวม จนเกิดอาการปวดหน่วงๆขึ้นมา จะเกิดในช่วงไตรมาสหลังๆของการตั้งครรภ์ เพราะมดลูกเคลื่อนที่ต่ำลงมา
  • วิธีแก้ปวด หากเกิดอาการปวดท้องน้อยขึ้นมา ก็ให้คุณแม่นั่งพัก หรือว่านอนพัก สังเกตุดูอาการถ้าหากว่าเบาลงก็แปลว่าไม่เป็นอันตรายคะ
4. ปวดขา เป็นการปวดที่เกิดได้สำหรับคุณแม่ท้องทุกคนเลย ยิ่งท้องโตด้วย ยิ่งปวดง่ายมาก เดินนิดเดียวก็ปวดแล้ว เพราะว่าขาต้องรับน้ำหนักตัวคุณแม่ที่เพิ่มขึ้น เกิดจากการที่ปวดตามกล้ามเนื้อและเส้นเลือด
  • สาเหตุ เกิดจากขาของคุณแม่ที่ต้องรับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นมาก มดลูกที่ใหญ่ขึ้นจะไปขวางทางเดินของเส้นเลือด ทำให้เลือดไหลไม่สะดวก ดำโป่งพองขึ้น
  • วิธีแก้ปวด ให้คุณแม่นั่งหรือว่านอนแล้วยกขาสูงกว่าหัวใจ เพื่อช่วยการไหลเวียนของเลือด
5. ปวดริดสีดวง คุณแม่ท้องเกือบจะทุกคนจะมีอาการท้องผูก ถ่ายไม่ค่อยออก เวลาถ่ายก็จะออกแรงเบ่งมากๆ ทำให้เกิดอาการเจ็บๆ ปวดๆ บริเวณทวารหนัก ซึ่งคุณแม่ท้องจะเป็นริดสีดวงได้ง่ายกว่าปกติ
  • สาเหตุ เกิดจากการที่คุณแม่ท้องผูก แล้วเวลาที่เบ่งนั้นเส้นเลือดดำ บริเวณริดสีดวงจะไหลเวียนเลืิอดย้อนกลับ แต่เจอมดลูกขวางไว้ ทำให้เลือดไหลไม่สะดวก เกิดการโป่งพองขึ้นมา และเวลาที่ท้องผูก แรงดันบริเวณทวารหนักจะมากขึ้น เส้นเลือดโป่งพองมากขึ้น ถ้าเส้นริดสีดวงแตก เลือดไหล อาจจะเกิดการตกเลือดได้คะ
  • วิธีแก้ปวด ดูแลตัวเอง เรื่องอาหารการกิน ให้กินจำพวกผลไม้ให้เยอะๆ ในช่วงมื้อเย็นๆ พร้อมกับการดื่มน้ำเยอะๆและทุกๆเช้าหมั่นเข้าห้องน้ำเป็นประจำ เป็นการฝึกให้กล้ามเนื้อหูรูดทำงานทุกวันคะ
6. ปวดที่หน้าอกหรอที่ลิ้นปี่ จะมีอาการปวดแบบว่า แน่นๆ จุกเสียด เกิดจากหลังที่กินอาหารอิ่มใหม่ๆ
  • สาเหตุ เกิดจากการที่ร่างกายคุณแม่ย่อยอาหารไม่ทัน ฮอร์โมนจากการที่ตั้งครรภ์นี้ ทำให้เกิดการบีบตัวของทางเดินอาหารช้าลงกว่าคนปกติ จึงเกิดอาการเหมือนจุกแน่นขึ้นมา
  • วิธีแก้ปวด เวลาที่คุณแม่กินอาหารแต่ละครั้ง ให้กินอาหารที่ย่อยง่ายๆและกินครั้งละน้อยๆแต่ให้กินบ่อยๆ เพื่อช่วยกระเพาะอาหารย่อยได้เร็วขึ้น
7. ปวดเมื่อยตัวช่วงใกล้คลอด
  • สาเหตุ เกิดจากการบวมน้ำ เพราะธรรมชาติมีการเอาน้ำมาสะสมไว้ในเซลล์ต่างๆช่วงใกล้คลอด เพราะคุณแม่จะเสียเลือดเยอะมาก ปริมาณน้ำเลือดจะลดลง ความดันโลหิดจะตก จะเกิดอันตรายได้ ธรรมชาติจึงเอาน้ำไปซ่อนไว้ในเซลล์ที่อยู่รอบๆเส้นเลือด คุณแม่ไม่ต้องตกใจว่าทำไมถึงบวมขึ้น หลังคลอดแล้วร่างกายจะขับออกไปค่ะ
  • วิธีแก้ปวด เอามือจุ่มน้ำอุ่นๆ 5- 10 นาที หรือว่ายกเท้าให้สูงๆจะลดอาการบวมลงได้
8. การปวดที่ไม่มีสาเหตุ อาจจะเกิดจากการนอน การเดิน การยืน ที่ผิดท่า ให้คุณแม่พักผ่อนให้เยอะๆ ทำจิตใจให้สบาย อาการเหล่านี้จะหายไปเองคะ