Welcom to new mom blog

ยินดีต้อนรับคุณพ่อ คุณแม่มือใหม่ แชร์ประสบการณ์และหาความรู้เพิ่มเติม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นมแม่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นมแม่ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2558

การเลิกนมแม่ มื้อดึกของน้องอะนะ

การเลิกนมแม่ มื้อดึกของน้องอะนะ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ยากมากมาย เพราะปกติน้องจะตื่นมากินนมบ่อยมากถึงมากที่สุด 5-6 ครั้ง กันเลยทีเดียว เหมือนจะไม่ได้นอน รู้สึกตัวเมื่อไหร่ ก็จะร้องหานมทันที ไม่ได้นมจะร้องไห้ดังขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเราก็เกรงใจเพื่อนบ้าน เริ่มจากน้องอานะอายุ 1 ขวบ 2 เดือน ฟังเริ่มมีคราบเหลืองๆติดตามฟัน ซึ่งเช็ดถูเท่าไหร่ก็ไม่ออก พาไปหาหมอฟัน หมอก็แนะนำให้เลิกนมแม่ได้แล้ว ซึ่งตัว Ouy เอง ไม่อยากเลิกนมแม่ก่อน หมอก็ทำให้แต่เคลือบฟลุออไรด์ให้ (Ouy อยู่ตจว.ไม่มีหมอฟันสำหรับเด็กเล็กเลย)แต่ก็ตั้งใจว่าจะเลิกมื้อดึก ความพยายามแรกเริ่มต้น ให้น้องอาบน้ำเสร็จ แปรงฟัน เรียบร้อย ก่อนนอนให้ดูดนม หลังจากดูดนมเสร็จแล้วก็ให้กินน้ำตามเลยค่ะ ปิดไฟนอนเท่านั้นแหละ หาเต้าใหญ่เลย พอปิดเสื้อไม่ให้กิน ร้องไห้เลยค่ะ  ดังขึ้นเรื่อยๆด้วยน่ะ ทำไงล่ะทีนี่ ก็ต้องอุ้มลูก เดินไปเดินมา ไม่ให้ร้องไห้ จนหลับ...(เน้นว่าจนหลับเองน่ะค่ะ) คุณแม่ต้องใจแข็งมากๆเลย ปลอบลูกไป น้ำตาก็ไหลไป ทรมานที่สุดค่ะ บอกเลย ทำได้อยู่ 3 วัน ไม่ไหวค่ะ หลังจากนั้นก็กินนมแม่ทั้งคืนเหมือนเดิม...Ouy เว้นช่วงไป 2 เดือน มาเริ่มใหม่ พูดคุยกะเค้าตลอดเลยว่า ถ้าน้องยังกินนมแม่ช่วงกลางคืนน่ะ หนูจะฟันผุน่ะลูก ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ไม่ดีเลยน่ะ หนูจะไม่มีฟันเคี้ยวข้าว เคี้ยวขนม...ปลาๆๆๆไปตามน้ำค่ะ

เริ่มต้นใหม่ครั้งที่ 2 คืนแรก ให้กินนมก่อนนอนแล้วก็ให้กินน้ำตาม บอกเค้าก่อนกินนมว่า แม่ให้หนูกินนมเสร็จแล้ว หนูต้องกินน้ำตามน่ะ ไม่หลับก่อน ตกลงน่ะค่ะ หลังกินนม 2 ข้างเสร็จก็ตามด้วยน้ำเลย ซึ่งเค้าก็กินน่ะ ปิดไฟ แล้วก็บอกว่า นอนเลยน่ะค่ะ แม่จะให้กินนมอีกครั้ง ใกล้สว่างน่ะ เค้าก็กลิ้งไปมาน่ะ ทุกคนก็แกล้งหลับกันหมด พอเค้าส่งเสียงดังขึ้นมา ก็บอกว่า อึ่งอ่างไม่ชอบเด็กเสียงดังน่ะ ได้ผล เงียบค่ะเงียบ สักพักใหญ่ๆ กลิ้งไปมา ก็หลับค่ะ รู้สึกตัวก็จะร้องไห้ ขอกินนม เปิดไฟให้สว่าง ให้เค้ากินน้ำค่ะ กินเสร็จก็ให้นอนต่อ ซึ่งเค้าก็ให้ความร่วมมือน่ะค่ะ ส่งเสียงบ้าง สักพักก็หลับต่อ จนกระทั่ง ตี 3 ตื่นมาอีกรอบก็ให้กินนมแม่  ทำแบบนี้อยู่ 2 -3 วัน หลังจากนั้นก็ให้กินนมแม่อีกครั้งตอน 6 โมงเช้าทีเดียว ก่อนหน้านั้น ถ้าลูกรู้สึกตัวก็ตีก้นเบาๆ ถ้ายังไม่หลับก็ให้เค้าดื่มน้ำ แล้วก็ให้นอนต่อได้เลย...

เป็นเรื่องที่น่ายินดีมากที่ Ouy สามารถผ่านมาได้ ณ ตอนนี้น้องอะนะ ก็ตื่นมากินนมตอน 6 โมงเช้า ทำทุกวันๆ ตอนนี้จะครบ 2 เดือนแล้ว อยากจะบอกคุณแม่ๆทุกคนว่า สู้ๆน่ะค่ะ ใจเย็นๆ เด็กแต่ละคนมีพัฒนาการไม่เหมือนกัน จะช้าหรือเร็ว แล้วแต่เด็กเลยค่ะ ขอให้ผ่านไปด้วยดีเหมือน Ouy นะค่ะ ^^

ปล.หวังว่าคุณแม่คงอ่านเข้าใจน่ะค่ะ ภาษาไม่ได้สละสลวย อาจจะผิดบ้าง ก็ขออภัย ณ ที่นี่ด้วยค่ะ ^__^

มาเป็นกำลังใจการเลิกนมแม่ มื้อดึกของน้องอานะกันนะคะ ^^
น้องอะนะหลับแก้มตุ้ยเชียว

วันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

5 เรื่อง Probiotics ที่คุณแม่ควรรู้

จากสภาพแวดล้อมของทุกวันนี้จะมีทั้งมลพิษและเชื้อโรคที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น อันเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ลูกน้อยของเราๆป่วยง่ายกว่าปกติ เพราะฉะนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติให้แก่ลูกน้อย เพื่อเป็นเกราะป้องกันให้เขาสุขภาพแข็งแรง และผู้ช่วยคนสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันอยางเป็นธรรมชาติ นั้นก็คือ โพรไบโอติกส์ (Probiotics) มาดูกันค่ะ ว่า 5 เรื่องที่คุณแม่ควรรู้มีอะไรกันบ้าง

  1. Probiotics (โพรไบโอติกส์ จุลินทรีย์สุขภาพ) โพรไบโอติกส์ เป็นจุลินทรีย์ที่มีชีวิต ที่เมื่อลูกน้อยได้รับจุลินทรีย์นี้เข้าไปจะเกิดผลดีต่อสุขภาพ เพราะช่วยปกป้องทางเดินอาหารจากเชื้อก่อโรค ทำให้ระบบทางเดินอาหารแข็งแรง ระบบย่อยและการดูดซึมสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันอีกด้วย Probiotics ที่พบได้ เช่น บิฟิโดแบคทีเรีย (bifidobacteria) หรือที่เรียกว่า บิฟิดัสและแลคโตบาซิลัส (Lactobacillus) เพราะเป็นจุลินทรีย์ที่ดีและมีประโชยน์ต่อร่างกายของลูกน้อย โพรไบโอติิกส์ จึงถูกเรียกว่า จุลินทรีย์สุขภาพ
  2. Probiotics (โพรไบโอติกส์ จุลินทรีย์สุขภาพ)มีประโยชน์ต่อสุขภาพของลูกน้อย มีคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของลูกน้อยมากมาย ตั้งแต่ช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกัน ภาวะท้องเสียและติดเชื้อในทางเดินอาหาร ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้ ช่วยย่อยสารอาหารบางชนิด และสามารถสร้างวิตามินที่มีประโยชน์แก่ร่างกาย เช่น วิตามินบี 1 วิตามินบี 12 วิตามินเค กรดโฟลิค ฯลฯ
  3. ลำไส่ใหญ่ คือ ที่อาศัยของ Probiotics (โพรไบโอติกส์ จุลินทรีย์สุขภาพ) ระบบทางเดินอาหาร เป็นฐานทัพใหญ่ที่คอยผลิตกองทัพภูมิคุ้มกันกว่า 80 % ของระบบภูมิคุ้มกันทั้งหมดของร่างกาย ให้ออกมาต่อต้านเชื้อโรค โดยเฉพาะบริเวณภายในลำไส้ใหญ่จะมี Probiotics อาศัยและเติบโตอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่ง Probiotics เหล่านี้จะเป็นประโชยน์ต่อร่างกายมาก ก็ต่อเมื่อมีจำนวนสมดุลกับจุลินทรีย์ชนิดอื่นๆที่อาศับอยู่ด้วยกัน
  4. Probiotics (โพรไบโอติกส์ จุลินทรีย์สุขภาพ) เสริมสร้างภูมิคุ้มกันในทางเดินอาหาร ในเวลาปกติที่ร่างกายของลูกน้อยไม่ได้รับเชื้อก่อโรคในระบบทางเดินอาหาร จุลินทรีย์สุขภาพจะทำหน้าที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวในการจับกินเชื้อโรค กระตุ้นการสร้าง lgA ซึ่งเป็นสารภูมิคุ้มกันชนิดเดียวกับที่พบในนมแม่ และกระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน ที่ส่งผลลดการเกิดภาวะภูมิแพ้ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมบุกเข้าไปในระบบทางเดินอาหาร Probiotics ก็จะเริ่มทำหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันในระบบทางเดินอาหาร ด้วยปรับสมดุลจุลินทรีย์สุขภาพในทางเดินอาหารทำให้ชั้นเยื้อบุในทางเดินอาหารเรียงตัวกันติดแน่น เพื่อไม่ให้เชื้อโรครุกล้ำผ่านเข้าไปได้ และจุลินทรีย์สุขภาพจะแย่งจับกับผนังเยื้อบุทางเดินอาหาร เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อก่อโรคเข้าไปสัมผัสกับเซลล์เยื้อบุได้
  5. นมแม่ แหล่งกำเนิด Probiotics (โพรไบโอติกส์ จุลินทรีย์สุขภาพ) จากธรรมชาติ จากการศึกษาทางการแพทย์ ทำให้ทราบว่าในน้ำนมแม่ประกอบด้วย Probiotics นอกจากนี้ ส่วนประกอบของน้ำนมแม่มีสารอาหาร เช่น โปรตีนและฟอสฟอรัสในปริมาณที่เหมาะสม อัลฟ่า-แลคตัลบูมินในบริมาณสูง และคาร์โบไฮเดรตที่เป็นแล็คโตส 100 % ซึ่งเป็นอาหารสำคัญของจุลินทรีย์สุขภาพทำให้จุลินทรีย์สุขภาพเจริญเติบโตได้ดี เพราะฉะนั้น 99 % ของเด็กที่กินนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 เดือนหรือมากกว่านั้น จึงมีจำนวน Probiotics อยู่ในทางเดินอาหารเป็นจำนวนมาก และทำให้สุขภาพแข็งแรงไปด้วย เพราะจุลินทรีย์สุขภาพช่วยกระตุ้นและส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และระบบการดูดซึมอาหารที่มีประโยชน์อย่างเต็มที่
จะเห็นได้ว่า นมแม่ มีประโยชน์มากมายซึ่งจะหาสิ่งที่เหมือนกันไม่ได้เลยค่ะ อุ้ยเป็นคุณแม่คนหนึ่งที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่มาตลอด ตอนนี้ลูกสาว 10 เดือนกว่าแล้วก็ยังกินนมแม่อยู่ จะเชื่อมั้ยค่ะว่า น้องเอ่เอ้ไม่เคยเป็นหวัด ถึงขนาดต้องกินยา ต้องหาหมอเลย นอกจากนมแม่แล้ว น้องเอ่เอ้ก็กินข้าว ผลไม้ สุขภาพของลูกอุ้ยจะใส่ใจเป็นพิเศษไม่ว่าจะหาข้อมูลต่างๆและอุ้ยก็คิดว่า คุณแม่ทุกๆคนก็ใส่ใจในสุขภาพของลูกน้อยกันทุกคนค่ะ ^^

ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆจาก Modernmom