Welcom to new mom blog

ยินดีต้อนรับคุณพ่อ คุณแม่มือใหม่ แชร์ประสบการณ์และหาความรู้เพิ่มเติม

วันอังคารที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2553

เพิ่มพลัง สมาธิ ให้ลูกสมาธิสั้น

ก่อนอื่นต้องมาดูอาการของเด็กสมาธิสั้นกันก่อนคะ ว่ามีอาการอย่างไร เด็กที่มีสมาธิสั้น ก็คือ เด็กที่มีสมาธิไม่ดี (Inattention) คือเด็กไม่สามารถควบคุมสมาธิได้นานพอ ไม่สามารถตั้งสมาธิ จะไม่สนใจในสิ่งเร้าที่สำคัญ แต่จะสนใจในสิ่งเร้าที่ไม่สำคัญ เช่น ไม่สนใจฟังคุณครูสอนอยู่ตรงหน้า แต่จะนั่งฟังเสียงรถที่แล่นผ่านที่หน้าโรงเรียนแทน จะมีความพกพร่องของพฤติกรรม ซึ่งเด็กสมาธิสั้นจะซนอยู่ไม่นิ่ง (Hyperactivity) มีพลังมาก เดินๆวิ่งๆ เคลื่อนไหวตลอดเวลา มีความบกพร่องในความคิดและการวางแผน ขาดความยับยั้งชั่งใจ ไม่รู้จักวางแผนว่าจะทำอะไร หากอยากจะทำอะไรก็ทำก็จะทำโดยทันที ไม่มีความอดทน ขีี้้้โมโห อารมณ์เสียง่าย ก้าวร้าว จะใช้ความรุนแรงในการตัดสินปัญหาต่างๆ เอาแต่ใจตัวเอง อารมณ์ร้อนและเปลี่ยนแปลงง่าย
วิธีรับมือกับลูกสมาธิสั้น มีหลักสำคัญอยู่ 3 ประการ คือ
  1. ลดสิ่งเร้าให้น้อยลง ให้ลูกอยู่ในบรรยากาศที่มีสิ่งกระตุ้นน้อยที่สุด หาของให้เด็กนั่งเล่นในสถานที่เงียบๆ ไม่ควรพาลูกไปเที่ยวในสถานที่คนพลุกพล่าน จะเป็นการกระตุ้นให้เด็กซน อยู่ไม่นิ่ง ไม่ฟัง ควบคุมได้ยาก ลดการดูโทรทัศน์ เพราะการดูโทรทัศน์มากเกินไปและนาน จะทำให้เด็กขาดสมาธิ
  2. สร้างสมาธิเพิ่มขึ้น โดยการฝึกให้ลูกนั่งสมาธิ วันละ 30 นาที นั่งสมาธิตามลมหายใจ หายใจเข้า - พุท หายใจออก - โท การนั่งสมาธิจะทำให้เด็กมีควาสงบ ควรจะทำเป็นกิจวัตรประจำวัน
  3. การใช้คำสั่งกับเด็กสมาธิสั้น ควรจะใช้คำสั่งที่ง่ายๆและสั้น สั่งเพียง 2 ครั้ง คำสั่งต้องชัดเจน ควรจะออกคำสั่งช่วงที่เด็กมีสมาธิและควรออกคำสั่งในทางบวก เช่น ถ้าลูกตะโกน แทนที่จะดุลูกว่า หยุด ตะโกนได้มั้ย ก็เปลี่ยนเป็น แม่อยากให้หนูพูดเบาๆ
มีบทสมาธิสำหรับเด็กแบบง่ายๆให้บุตรหลานของท่านได้สมาธิกันคะ
บทพูดนำการทำสมาธิลมหายใจ (12 นาที)
จากนี้ไปจะเป็นการทำสมาธิลมหายใจ...
ขอให้เด็กๆหลับตา...ปล่อยวางเรื่องต่างๆลงชั่วคราว
ขณะนี้ขอให้มีความรู้ตัว คือรู้ลมหายใจเข้าและลมหายใจออก
ลมหายใจเข้า ให้นึกในใจว่า พุธ
ลมหายใจออก ให้นึกในใจว่า โธ
ค่อยๆประคองให้จิตใจอยู่กับลมหายใจเข้าและออกอย่างต่อเนื่อง
หากมีความคิดเรื่องอื่นแทรกเข้ามา เด็กๆไม่ต้องสนใจ ต่อความคิดเหล่านั้น ขอให้ใส่ใจที่ลมหายใจเข้าและออกเพียงอย่างเดียว...(เว้นช่วงเวลาให้นิ่งสงบนาน 12 นาที)
ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก...ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก...ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก...
(เมื่อครบ 12 นาที) ขอให้ค่อยๆดึงความรู้สึกตัวกลับมาเป็นปกติ แล้วลืมตาขึ้นมาช้าๆ พร้อมกับจิตใจที่แจ่มใส สงบสุข มีพลังสมาธิ สติปัญญาเฉลียวฉลาดเป็นเลิศ

วันศุกร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2553

การออกกำลังกาย สำหรับคุณแม่ท้อง (exercise for pregnant mothers)

การดูแลตัวเองให้สดใส กระฉับกระเฉง นั้น สำคัญมากนะคะ สำหรับคุณแม่ท้องมือใหม่อย่างเราๆ จะให้ใครมาว่าไม่ได้เลย ว่าช่วงท้องเป็นช่วงที่ดูหน้าตาไม่ได้เอาเสียเลย กระจกไม่ค่อยอยากเข้าใกล้ๆ ลองมาเปลี่ยนตัวเอง เป็นคุณแม่ท้องที่สดใส ร่าเริง เบิกบานใจ กับการออกกำลังกายในแต่ละช่วงของการตั้งครรภ์
ช่วงตั้งครรภ์ 0-3 เดือน
บริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง >> เพื่อกระชับหน้าท้อง
  1. นอนหงาย ตั้งเข่า เท้าวางราบกับพื้น แยกขาและเข่าออกเล็กน้อย
  2. ยกมือทั้งสองข้างขึ้นประคองที่หลังหูและท้ายทอย
  3. หายใจออก และค่อยๆยกศีรษะ ไหล่และอกขึ้นอย่างช้าๆ พร้อมกับเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องพยายามอย่ายกแต่ศีรษะ
  4. อยู่ในท่านี้ค้างไว้สัก 2-3 นาที แล้วค่อยนอนราบตามเดิม
  5. ทำท่านี้หลายๆครั้ง
บริหารหลังและไหล่ >> เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังและไหล่
  1. คุกเข่า แล้วค่อยๆ โน้มตัวลงไปกับพื้น พร้อมกับแขนทั้งสองข้างวางราบกับพื้อน
  2. ไม่ต้องเกร็งหลัง พยายามผ่อนคลายไหล่ หลัง และกระดูกสันหลังให้มากที่สุด อยู่ในท่านี้ 10 นาที
  3. ทำซ้ำ 2-3 ครั้ง
ช่วงที่ตั้งครรภ์ 4-6 เดือน
บริหารกล้ามเนื้อต้นขา >> เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อต้นขา เพิ่มความยืดหยุ่นให้กล้ามเนื้อเชิงกรานและสะโพก
  1. นั่งราบกับพื้น แล้วค่อยๆจับขาทั้งสองข้างให้ส้นเท้าชนกัน
  2. โน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย โดยไม่ยกสะโพกขึ้นจากพื้น
  3. อยู่ในท่านี้ 10 วินาที แล้วพัก
  4. ทำซ้ำ 2-3 ครั้ง
บริหารกล้ามเนื้อลำตัวและหลัง >> เื่พื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อลำตัว หลัง และบั้นเอว แก้อาการปวดหลัง

  1. อยู่ในท่าคุกเข่าคลาน ขาและแขนตั้งฉาก พยายามเกร็งหลังตรง อย่าให้แอ่นลงตามน้ำหนักท้อง
  2. ค่อยๆดึงหลังโก่งขึ้น โดยก้มศีรษะลง
  3. อยู่ในท่านี้สัก 2-3 นาที แล้วกลับมาอยู่ในท่าเริ่มต้น
  4. ทำซ้ำ 10-15 ครั้ง
ช่วงตั้งครรภ์ 7-9 เดือน
บริหารกล้ามเนื้อหลังด้านล่าง >> เพื่อคลายอาหารปวดหลัง บริเวณชายกระเบนเหน็บ
  1. นอนหงาย ใช้มือทั้งสองข้างจับใต้เข่า ยกเข่าขึ้นมา
  2. คุณแม่จะรู้สึกผ่อนคลายช่วงเอวและชายกระเบนเหน็บอยู่ในท่านี้สัก 10 วินาที
  3. ทำซ้ำ 2-3 ครั้ง
***ในช่วงท้ายๆของการตั้งครรภ์ พยายามอย่านอนหงายราบกับพื้น เพราะมดลูกจะถูกกดทับ

บริหารกล้ามเนื้อเชิงกราน >> เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลำตัว เพิ่มความยืดหยุ่นให้กล้ามเนื้อสะโพก ป้องกันและแก้อาการปวดชายกระเบนเหน็บ
  1. อยู่ในท่าคุกเข่าคลาน แขนและขาตั้งฉาก เกณ้งหลังตรง
  2. ค่อยๆยกสะโพกขึ้นเป็นวงกลม 4-5 ครั้ง
  3. สลับมาโยกอีกทางหนึ่ง 4-5 ครั้งเช่นกัน
ท่าพัก
  • เมื่อบริหารเสร็จแต่ละครั้ง ให้นอนตะแคงนิ่งๆสัก 2-3 นาที
  • ดึงเข่าข้างที่อยู่ด้านบนขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อให้ผ่อนคลายที่สุด
  • เตรียมหมอนใบเล็กๆ สักใบไว้รองใต้เข่าที่ยกขึ้นมาด้วย ก็จะสบายขึ้นอีกนะคะ
การออกกำลังกายใต้น้ำ จะช่วยให้คุณแม่ท้องออกกำลังกายอย่างเบาสบายคะ เพราะน้ำช่วยพยุงร่างกายทุกส่วน ทำให้คุณแม่ท้องไม่ต้องออกแรงมาก ตัวเบา ยกแข้งขา ได้ตามสบายเลย แต่ควรจะปรึกษาแพทย์ที่ฝากครรภ์ไว้ก่อนนะคะ เพื่อความปลอดภัย ระดับน้ำควรจะสูงแค่อกและควรวอร์มร่างกายก่อนลงน้ำด้วย